น้ำ(ใจ)สยามไม่เหือดแห้ง

posted on 19 Oct 2011 09:58 by jamegooners

   เกิดเหตุเพศภัยอันใดขึ้นกับสยามประเทศ น้ำท่วมเกือบทั่วประเทศไม่รู้ว่าจะเรียกว่าโชคดีหรือโชคร้าย

แผ่นดินที่ราบสูงอันเป็นที่กำเนิดของผมอย่างจ.ขอนแก่นนั้นน้ำไม่ท่วม
น้ำท่วมรอบนี้(ส.ค.54-ปัจจุบันต.ค.54ยังไม่รู้ว่าน้ำจะแห้งเมื่อไหร่)ต้นสายปลายเหตุเกิดจากอะไร
-น้ำมือมนุษย์ (ตัดไม้ทำลายป่า)
-การจัดการของรัฐบาล
-ฯลฯ
 
 
 
ไม่มีใครสามารถบอกได้ว่าเป็นเพราะอะไร แต่ผมสามารถบอกได้ว่า น้ำใจชาวสยามไม่เคยเหือดแห้ง
 
 
 
เราจะเห็นได้ตามสื่อต่างๆชาวบ้านนั้น ชุมชนนี้ ช่วยเหลือกันซึ่งอาจมีทะเลาะกันบ้างก็ด้วยความเคลียด
ที่ต้องเจอกับน้ำท่วมสูงเป็นเวลานาน
 
 
 
และที่ผมไปสัมผัสมากับมือตัวเอง แพ็คถุงยังชีพ 2,000 ชุด ภายในเวลา 2 ชั่วโมง (เนื่องจากคนเยอะมาก)
@โรงแรมไนซ์พาเลซ และ ร่วมผลิตกระสอบทราย ณ วิทยาลัยการปกครอง รังสิต คลอง 6 นำทัพ
โดย
 
 
 
เหล่าบรรดาทหารหาญ ซึ่งที่นี่จะอุดมไปด้วยหนุ่มสาววัยรุ่น รุ่นเล็ก รุ่นใหญ่ ชาย หญิง เกย์ กระเทย ทอม ดี้
 
 
 
แม้กระทั่ง...บุคคลซึ่งถูกสังคมนิยามว่า "คนพิการ" ใจเขาคนนั้นหล่อมาก!!!
 
 
 
ทุกๆคนต่างช่วยกัน คนละเล็กคนละน้อยตามกำลังตน สตรีทำงานที่เบาหน่อย ตัดเชือก มัด
 
 
 
ปากกระสอบ
 
 
 
แต่มีสตรีบางท่านกรอกกระสอบทรายเองด้วย โว้!!! ใจเธอนั้นสวยมาก!!!
 
 
 
ใครเหนื่อยก็พักกินน้ำกินข้าว(ฟรี)กินเสร็จก็ถือติดไม้ติดมือมาให้เพื่อนคนอื่นๆ(ซึ่งไม่รู้จักกัน) ใคร
เป็นใคร
 
 
 
มาจากไหนก็ไม่รู้ แต่ทุกคนมาด้วยใจ
 
 
 
ที่พูดถึงเรื่องนี้ไม่ใช่เพราะตัวผมมีส่วนร่วม แต่อยากจะบอกว่า...น้ำไม่ได้ท่วมบ่อยๆ หรือ เหตุการณ์ร้ายแรงที่ต้อง
 
 
 
การแรงคน ต้องการอาสา ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ในฐานะมนุษย์คนหนึ่งยังพอมีเรี่ยวมีแรง ยังหนุ่มยังสาว
 
 
 
อย่ารอ อย่ารอวันว่าง เพราะน้ำก็ไม่รอเหมือนกัน...
 
 
 
น้ำใจคนไทยไม่เคยเหือดแห้ง "ฉันรักเมืองไทย"

edit @ 19 Oct 2011 13:17:53 by jamegooner

edit @ 19 Oct 2011 13:21:13 by jamegooner

edit @ 19 Oct 2011 13:23:26 by jamegooner

ความต่างของ "ราคา"

posted on 12 Sep 2011 11:13 by jamegooners

ความแตกต่างของการบริการ

 

 

 

ผมต้องการที่จะจัดฟันหรือดัดฟันสุดแต่ผู้ใดจะนิยาม

 

 

 

ก่อนจะถึงขั้นตอนดังกล่าว ก็ต้องพิมพ์ฟัน เอ็กซ์เรย์ เคลียร์ปาก(ถอนฟัน ขูดหินปูน อุดฟัน)

 

 

 

ผมเอ็กซ์เรย์ผลออกมาปรากฎว่ามีฟันตุ๊ด(คุด) ผมเรียกมันว่าฟันตุ๊ดเพราะต้องผ่า ซึ่งผมไม่เคยจึงทำให้กังวลและ

 

 

 

กลัวมาก ตั้งแต่สมัยหนุ่มๆ(ซึ่งปัจจุบันก็ยังคงเดิม)ผมเป็นคนที่กลัวโรงพยาบาลมาก! ไม่อยากย่างกายเข้าไป

 

 

 

แม้แต่มิลลิเมตรเดียว...

 

 

 

ก่อนจะผ่าฟันตุ๊ด ผมทำการสำรวจด้วยการโทรหาเพื่อน พี่ น้อง ที่เคยดัดฟัน และผมก็ได้คำตอบที่น่าพอใจ

 

 

 

เสียงส่วนใหญ่บอกผมว่า "ไม่เจ็บ" เย้ๆ ทำให้ใจชื้นขึ้นมาเป็นกองเลยทีเดียวเชียว

 

 

 

ผมตัดสินใจที่จะผ่าและมีตัวเลือกสองทาง หนึ่งคือคลีนิค สองโรงพยาบาลลาดพร้าว

 

 

 

ผมเลือกโรงพยาบาลลาดพร้าว ด้วยหวังว่าจะสะอาดและมีคุณภาพ...

 

 

 

ถึงวันที่ต้องเอาฟันตุ๊ดออก ผมติดต่อพยาบาลและกรอกรายละเอียด ต่อด้วยการวัดความดัน

 

 

 

และนี่คือบทสนทนาระหว่างผมและนางพยาบาล

 

 

 

ผม : ผ่าฟันคุดเจ็บไหมครับ?

พยาบาล : เจ็บนิดเดียวค่ะ แค่ตอนฉีดยาชา แต่หลังจากผ่าเสร็จก็ระบมนิดหน่อยขอวัดความดันหน่อยนะคะ

ผม : ครับ

พยาบาล : ตื่นเต้นหรือเปล่า :)

ผม : ครับ เป็นแบบนี้ตั้งแต่เด็กแล้ว ผมไม่ชอบเลย :(

พยาบาล : สูงมาก เดี๋ยวอีกครั้งนะคะ ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องตื่นเต้น

ก็ลดลงมานิดหน่อย :))

 

 

 

หลังจากนั้นไม่นานก็ถึงคิวผมครับ

 

 

 

ฉีดยาชา ไม่รู้สึกเลย ผมได้แต่งงและสงสัยในใจทำไมไม่เหมือนตอนที่ฉีดสมัยหนุ่มๆ โรงยาบาลแถวบ้าน

 

 

 

(บ้านนอก) จากนั้นหมอก็จัดการกับฟันตุ๊ดของผมภายใน20นาทีเท่านั้น หลังจากนั้นทั้งหมอและพยาบาล

 

 

 

ก็แนะนำผมต่างๆนานา ผมก็ได้แค่พยักหน้าเนื่องจากกัดผ้าก๊อชไว้อยู่ ผมลืมบอกไปเค้ามีน้ำแข็งให้ผมด้วย

 

 

 

น้ำแข็งที่หุ้มด้วยพลาสติกมีไว้เพื่อประคบเย็น (ทำไมโรงพยาบาลบ้านผมไม่มี)

 

 

 

ผมจ่ายไป 3,730 บาท (เอาฟันกูออกแล้วยังมาเอาตังค์กูไปอีก) (ฮา)

 

 

 

วันแรกเลือดยังไม่หยุดไหล วันที่สองยังคงมีอยู่พอหยิมๆ ผมสงสัยจึงโทรไปถามพยาบาล

 

 

 

ได้คำตอบว่า ผ่าฟันตุ๊ดเลือดจะหยุดช้ากว่าถอนฟันธรรมดา อ๋ออออออออ...มันเป็นอย่างนี้นี่เอง

 

 

 

วันต่อครับ พยาบาลโทรมาถาม เป็นไงบ้างคะเลือดหยุดไหลยังเอ่ย? โอ้โห!!! ผมทึ่งครับ ผมได้แต่ทึ่งและ

 

 

 

ขอบคุณขอบใจโรงพยาบาลลาดพร้าวอย่างยิ่งยวด

 

 

 

และนี่คือความแตกต่าง ราคา เครื่องมือ คุณภาพ บริการ

 

 

 
ขณะที่รักษา และบริการหลังการรักษาจ่ายแพงแต่ได้คุณภาพและความประทับใจ...
 
 

แต่...ราคาต่ำกว่านี้ได้ไหม???                   :'(

edit @ 12 Sep 2011 11:50:44 by jamegooners

ต่างกันที่"เสื้อ"

posted on 08 Sep 2011 12:24 by jamegooners
บุคคลเดียวกัน แต่งกายต่างกัน ต่างกรรมต่างวาระ
 
 
เรื่องมีอยู่ว่า...ผมก็ดำเนินชีวิตไปตามปรกติ เช้าเข้าออฟฟิศ เที่ยงกินข้าว เย็นเลิกงาน
 
 
วันนึงผมเดินเข้าธนาคารโดยใส่เสื้อยืดกางเกงขายาว ก็มีพนักงานคอยเปิดประตูต้อนรับ ก็เปิดปรกติธรรมดา
 
 
และเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อผมเดินเข้าธนาคาร ธนาคารเดิม สาขาเดิม เวลาเดิม พนักงานที่คอยเปิดก็คน
 
 
เดิม แต่มีแตกต่างอยู่สิ่งเดียว นั่นคือ"เสื้อ" คราวนี้ผมใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวพับแขน ปฎิกิริยาที่ผมได้รับต่อ
 
 
พนักงานคนดังกล่าวคือ เขาเปิดประตูพร้อมแล้วก็โค้งส่วนบนของร่างกายมาข้างหน้าเล็กน้อย
 
 
จากนั้นเขาก็กลับไปสู่การยืนตรงและส่งยิ้มให้
 
 
เพียงเพราะเสื้อผ้า ทำให้คนเคารพได้หรือ ทำไมไม่ปฎิบัติต่อทุกๆคนให้เป็นแบบเดียวกัน
 
 
นี่มันสองมาตรฐานชัดๆ อย่าว่าแต่นักการเมืองเลย เราทุกคนต่างก็มีสองมาตรหรือหลายมาตรฐาน
 
 
เช่นเดียวกันนั้นแล...

edit @ 8 Sep 2011 14:25:16 by jamegooners

edit @ 8 Sep 2011 14:26:05 by jamegooners

edit @ 8 Sep 2011 14:34:27 by jamegooners

edit @ 8 Sep 2011 14:49:14 by jamegooners